รายงานของผู้สอบบัญชี เสนอคณะกรรมการ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
ข้าพเจ้าได้สอบทานงบดุล ลงวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 และงบกำไรขาดทุน ประจำแต่ละไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันเดียวกันตามลำดับของ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
ส่วนได้เสียในกำไร (ขาดทุน) สุทธิที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วมห้าบริษัทที่บริษัทลงทุนโดยมี นัยสำคัญ ซึ่งคำนวณจากงบการเงินที่ยังมิได้ผ่านการสอบทานมีจำนวนเท่ากับร้อยละ 1.75 และร้อยละ (0.84) ของกำไรสุทธิประจำไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 ตามลำดับ
การสอบทานงบการเงินระหว่างกาลนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ ในการจัดทำงบการเงิน การใช้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และการสอบถาม เจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทางการเงินและบัญชี ซึ่งการสอบทานนี้มีขอบเขตจำกัดกว่าการตรวจ สอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไปเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินมาก ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ อาจแสดงความเห็นต่องบการเงินที่สอบทานได้
- 2 -
ยกเว้นเรื่องที่กล่าวไว้ในวรรคที่สอง ข้าพเจ้าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งควรนำมาปรับปรุง งบการเงินระหว่างกาลที่กล่าวในวรรคแรกให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป จากการสอบทานของ ข้าพเจ้าดังกล่าวข้างต้น
เติมศักดิ์ กฤษณามระ กรุงเทพมหานคร ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 1106 วันที่ 10 พฤษภาคม 2539 สำนักงานไชยยศ
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
งบดุล
ลงวันที่ 31 มีนาคม
"ยังไม่ได้ตรวจสอบ"
หน่วย : พันบาท
2539 2538 สินทรัพย์ สินทรัพย์หมุนเวียน
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ-สุทธิ 370,901 269,505
สินค้าคงเหลือ 504,179 500,582
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 58,957 131,753
934,037 901,840
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 1,523,941 1,636,859 สินทรัพย์อื่น 206,362 226,737
รวม 2,664,340 2,765,436
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินหมุนเวียน
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากธนาคาร 344,524 269,302
เจ้าหนี้การค้า 202,330 158,939
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 283,130 509,034
829,984 937,275
เงินกู้ยืมระยะยาว 505,600 469,403 ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,328,756 1,358,758
รวม 2,664,340 2,765,436
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาล
"สอบทานแล้ว"
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
งบกำไรขาดทุน
ประจำไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันที่ 31 มีนาคม
"ยังไม่ได้ตรวจสอบ"
หน่วย : พันบาท
2539 2538
รายได้
รายได้จากการขาย 438,723 410,718
ส่วนได้เสียในกำไรสุทธิที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วม 352 -
รายได้อื่น ๆ 14,895 13,192
453,970 423,910
ค่าใช้จ่าย
ต้นทุนขาย 385,464 308,637
ส่วนได้เสียในขาดทุนสุทธิที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วม - 250
ค่าใช้จ่ายอื่น 83,770 76,136
ภาษีเงินได้ - 9,811 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (15,264) 29,076
453,970 423,910
กำไร (ขาดทุน) สุทธิประจำไตรมาสต่อหุ้น บาท (0.48) 0.91
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาล
"สอบทานแล้ว"
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาล ประจำไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538
1. เงินลงทุนในบริษัทร่วม
1.1 สำหรับไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 บริษัทได้ใช้วิธีส่วนได้เสียสำหรับ
เงินลงทุนในบริษัทร่วมบางบริษัทที่มีนัยสำคัญ
1.2 สัดส่วนการถือหุ้นและส่วนได้เสียในกำไร (ขาดทุน) สุทธิที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วมที่นำมา
รวมในงบการเงินดังกล่าวข้างต้นมีดังต่อไปนี้
ไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันที่ 31 มีนาคม
2539 2538
สัดส่วนการถือหุ้น ร้อยละ ร้อยละ
ร้อยละ ของกำไร (ขาดทุน) ของกำไร (ขาดทุน)
สุทธิ สุทธิ บริษัท ยู เอ็ม ไอ ไมนนิ่ง จำกัด 49.88 (0.61) (0.23) บริษัท ยู เอ็ม ไอ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด 37.57 (11.17) (0.05) บริษัท เซอมาส จำกัด 21.56 0.03 (0.84) บริษัท ร่วมพัฒน์ เซรามิค จำกัด 49.00 8.54 0.28 บริษัท ยูเอ็มไอ เลาเฟน เครื่องสุขภัณฑ์ จำกัด 34.00 4.96 -
รวม 1.75 (0.84)
สำหรับเงินลงทุนในบริษัท เทคโน เซอ เอส อาร์ แอล ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 45
บริษัทได้ใช้วิธีการบัญชีตามวิธีราคาทุน เนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะแสดงเงินลงทุนใน
บริษัทร่วมดังกล่าวโดยวิธีส่วนได้เสียและเงินลงทุนนี้มีจำนวนที่ไม่มีนัยสำคัญต่อฐานะการ
เงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
.../2
- 2 -
สำหรับไตรมาสสิ้นสุดเพียงวันที่ 31 มีนาคม 2539 และ 2538 ส่วนได้เสียในกำไร
(ขาดทุน) สุทธิที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วม คำนวณจากงบการเงิน ประจำไตรมาส
เดียวกันที่ยังไม่ได้ผ่านการสอบทาน
2. ทุนเรือนหุ้น
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2537 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้ออกหุ้นกู้ชนิดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
ได้ในวงเงินประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนิน
การต่อไป และให้จัดสรรหุ้นสามัญจำนวน 9 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท จากทุนจด
ทะเบียนที่ยังไม่ได้จัดสรรอีกจำนวน 18 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท เพื่อรองรับการใช้
สิทธิแปลงสภาพ
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2537 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติเพิ่มเติมในเรื่องนี้ให้บริษัทสามารถ
เลือกได้อีกทางหนึ่งที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ในวงเงิน
ประมาณ 500 ล้านบาท อายุไม่เกิน 5 ปี เพื่อเสนอขายแก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ
ทั้งจำนวน และมีมติให้จัดสรรหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 12 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ
10.00 บาท จากทุนจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 18 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท
เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพ และให้คณะกรรมการดำเนินการจัดสรรเพิ่มเติมได้ตาม
สถานการณ์ในอนาคต หรือเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาต่อไป
3. เหตุการณ์หลังวันสิ้นงวด
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2539 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติให้จัดสรรกำไรประจำปี 2538 และอนุมัติการ
จ่ายเงินปันผล ในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท เป็นจำนวนเงิน 24,000,000 บาท